พร้อมหรือยังกับการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

ถึงแม้ว่าปีนี้จะไม่มีการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร แต่เมื่อนับเวลาแล้วก็เหลือเวลาอีกไม่นาน ที่น้องๆจะได้ใช้สำหรับการเตรียมความพร้อมในการสอบ

น้องๆจะได้เริ่มทดลองสนามสอบแรกแบบวอร์มอัพกันก่อน ในราวเดือนธันวาคมกับการสอบโครงการช้างเผือกของโรงเรียนนายเรืออากาศ ซึ่งโดยปกติก็จะสอบในช่วยปลายปี ดังนั้นตอนนี้น้องๆ เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปีแล้วในการเตรียมตัว ลองถามตัวเอง ว่าพร้อมขนาดไหนแล้ว

หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาลงสนามสอบจริงในช่วงปลายเดือนมีนาของปีหน้า 2560 ซึ่งน้องๆเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่จะกลับมาทำการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยใช้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 อีกครั้ง ซึ่งเนื้อหาหลักสูตรก็ได้เปลี่ยนไปจากอดีต และในปัจจุบันหลายๆโรงเรียนก็จัดการเรียนการสอนไม่เหมือนกัน จึงทำให้ค่อนข้างยากในการเตรียมตัว

เนื้อหาไม่นิ่ง หัวข้อไม่มีการกำหนดแน่นอน แล้วน้องๆ จะเตรียมตัวกันอย่างไรดี เริ่มจากการทบทวนของ ม.ต้นให้แน่นก่อน ซึ่งหลังจากสิ้นเดือนเมษายนของปีนี้ไปแล้ว น้องๆควรจะแม่นในทุกๆเรื่อง ทุกๆวิชาของ ม.ต้น หลังจากเปิดเทอมมา น้องๆจะต้องเก็บรายละเอียดของเนื้อหา ม.4 ให้ได้มากที่สุด ใช้เวลาทุกวันให้มีค่า จัดตารางการทบทวนแต่ล่ะวิชาให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

นักเรียนเตรียมทหาร ตัวย่อคือ นตท.

น. น้ำหนึ่งใจเดียวเกลียวกล้ำ
ต. ตั้งใจแน่แน่วแล้วทำ
ท. นั้นคำทำไม่ได้ไม่มี
จะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ต้องมุ่งมั่น ท. นั้นคำทำไม่ได้ไม่มี
ขอให้น้องๆ โชคดี
กวดวิชาเข้าเตรียมทหาร  วิชาฟิสิกส์ by ฟิสิกส์จารย์ถั่ว

ทหารมีไว้ทำไม ถามจริงๆหรือแค่การเมือง

ในฐานะที่เป็นเวปที่ทำมาเพื่อสานฝันให้กับน้องๆที่อยากสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ก็อยากจะแสดงทัศนะคติในมุมมองทหารบ้าง 555 เมื่อไม่นานนี้มีกระแสทั้งเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับคำถามที่ว่าทหารมีไว้ทำไม

ซึ่งท่านผู้ที่เขียนบทความนี้ออกจะแสดงทัศนะคติในแนวลบกับการมีทหาร ไม่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจของพวกเจ้าขุนมูลนาย หรือว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศเอาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า

สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือทุกอาชีพที่มีในโลกใบนี้ ต่างก็มีความสำคัญในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น เพราะถ้าหากว่าไม่สำคัญมันก็คงจะหายไปแล้ว แค่ว่าเราจะมองเห็นประโยชน์ก็เมื่อเราต้องการจะใช้งานเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเวลาที่เรายืนอยู่ข้างถนนและไม่ได้ต้องการเรียกรถแท๊กซี่ ก็จะมีรถแท๊กซี่ที่ว่างไม่มีผู้โดยสารมาจอดรอตรงหน้าเรา ซึ่งเราก็จะคิดในใจว่าจะมาทำไมไม่ได้เรียกไม่ได้รอแท๊กซี่ ไม่ต้องการ กลับกันในวันที่ฝนตกรถติดแล้วเรารีบจะไปไหนสักแห่ง เราจะพยายามมองหารถแท๊กซี่ที่ว่าง แต่เรามักจะพบแต่รถที่มีผู้โดยสาร

มันก็เหมือนกันกับทหาร ยามที่ประเทศชาติสงบ คนในชาติก็เลยมองว่าทหารนั้นไม่สำคัญจะมีไว้ทำไม แต่เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหา ไม่ต้องถึงมีสงครามหรอกนะครับ แค่สถานการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงก็คงเพียงพอที่จะทำให้คนในชาตินึกถึงทหารขึ้นมาได้บ้าง

ทีนี้เรามาอธิบายถึงประเด็นที่ว่าไม่ได้จะไปรบกับใคร ทำไมกองทัพต้องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาให้มันเปลืองเงินภาษีของประชาชน อธิบายง่ายๆคือการจัดซื้ออาวุธในแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าสั่งวันนี้ พรุ่งนี้เราจะได้รับของ บางโครงการใช้เวลามากกว่า 5 ปีกว่าจะได้อาวุธชิ้นนั้นมาพร้อมใช้งาน เราไม่สามารถรอให้เกิดสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดสงครามแล้วค่อนสั่งซื้อได้ ประเด็นต่อไปคือนอกจากจะต้องมีอาวุธแล้ว อาวุธของเราก็ต้องทันสมัยด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ คุณกับข้างบ้านมีปัญหากัน คุณมีมีดข้างบ้านมีปืนกล คุณยังจะคิดไปสู้เค้าไหม บางครั้งการสะสมอาวุธสมัยใหม่เพียงเพื่อกดดัน ไม่ให้ใครกล้าจะมารุกรานเราเท่านั้นเอง ไม่ได้จะเอาไปรบกับใคร

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าเราจะมามองว่าใครจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องมีบนโลกใบนี้ สิ่งสำคัญคือเราได้ทำหน้าที่ในอาชีพที่เราทำอยู่นั้นอย่างดีแล้วหรือยัง ถ้าทุกคนรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบเป็นอย่างดี ประเทศชาติเราก็จะพัฒนาไปด้วยความเกื่อกูลกันของทุกอาชีพในประเทศของเรา เอาเวลามาทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ดีกว่ามัวแต่ไปนั่งจับผิดคนอื่น

ไม่มีอาชีพไหนสำคัญที่สุด ไม่มีอาชีพไหนไม่สำคัญ เพราะทุกคนมีความสำคัญเท่าๆกัน ในการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันพัฒนาประเทศของเรา

เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

เมื่อน้องๆกำลังจะสอบเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหาร แล้วน้องๆรู้ไหมว่าในโรงเรียนเตรียมทหารเค้าปลูกฝังอะไรให้ ถึงทำให้น้องแตกต่างจากคนอื่น

การที่จะเป็นนักเรียนทหาร เพื่อจบออกไปเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทย ควรจะต้องถูกฝึกจิตใจอย่างไรบ้าง โรงเรียนเตรียมทหารในฐานะสถาบันแรกแห่งการวางรากฐานทางความคิดให้กับน้องๆทุกคน จะทำการปลูกฝังเรื่องต่างๆ ได้คร่าวๆดังนี้

  1. ความเข้มแข็งทางจิตใจ เพื่อให้สามารถรับความกดดันจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
  2. การทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีความยุติธรรมหรือประชาธิปไตย เพราะงานของทหารนั้นเกี่ยวพันกับชีวิต ดังนั้นถ้าน้องๆรับกับจุดนี้ไม่ได้ อาชีพนี้ก็คงไม่เหมาะ
  3. ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว  น้องๆจะได้รับการฝึกให้ทำในสิ่งที่น้องๆไม่เคยคิดว่าจะสามารถทำได้ แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นจากการปลูกฝังในโรงเรียนเตรียมทหาร จะทำให้นน้องๆสามารถผ่านบททดสอบต่างๆได้
  4. การอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ เนื่องจากในสถานการณ์จริงๆ ในการทำงานเมื่อน้องๆเรียนจบไป จะต้องทำงานร่วมกัน ดังนั้นการฝึกให้รู้จักการทำงานเป็นหมู่คคณะเป็นสิ่งที่จำเป็น

เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด ดังนั้นคิดให้ดีๆก่อนที่จะก้าวออกมา เพื่อรับภาระหน้าที่นี้ เพราะทหารถูกฝึกให้ทำตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก่อนที่จะเรียกร้องสิทธิใดๆ แม้จะไม่มีใครรับรู้หรือสนใจ ทหารก็ยังคง เป็นทหาร

 

เรียนออนไลน์ผ่านเน็ต เวิร์คไหม

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากในการใช้ชีวิตประจำวัน แทบทุกบ้านต่างมีการติดตั้งอินเตอร์เน็ตด้วยกันทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่น้องๆนักเรียนมักจะไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่

ก่อนหน้านี้กวดวิชามีการสอนสองแบบคือสอนสดกับดูผ่านจอทีวีที่อัดการสอนเอาไว้แล้วให้นักเรียนไปนั่งดูกันเอง เรียนออนไลน์ก็ลักษณะคล้ายๆกันแต่สะดวกกว่าตรงที่จะเรียนที่ไหนก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ต รวมถึงนั่งเรียนอยู่ที่บ้านตัวเอง ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเดินทาง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียน อีกอย่างผู้ปกครองสามารถควบคุมดูแลได้อย่างใกล้ชิด

จะเห็นได้ว่าอนาคตอันใกล้การเรียนออนไลน์ จะเริ่มเข้ามาแทนที่การออกไปเรียนตามโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้แต่การกวดวิชาเข้าเตรียมทหารเอง ก็อาจจะสามารถสร้างหลักสูตรเรียนออนไลน์ขึ้นได้ เพื่อให้น้องๆนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่หรือจังหวัดที่ไม่มี โรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหารได้เรียนกับสถาบันที่สอนทางด้านนี้โดยตรง เป็นการเพิ่มโอกาส หรือแม้แต่เป็นการเรียนเพื่อเสริมความรู้ เพราะว่าแต่ล่ะที่ก็จะมีวิธีการแนวคิดต่างๆกันไป ให้น้องๆได้เลือกมาใช้

การเรียนนั้นมีประโยชน์หมดไม่ว่าจะผ่านช่องทางไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือ น้องๆสามารถใช้ช่องทางเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง

ฟิสิกส์ จารย์ถั่ว กวดวิชาเข้าเตรียมทหาร วิชาฟิสิกส์

 

เลือกโรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหาร ยังไงให้โดนใจ

คราวที่แล้วผมได้พูดถึงเรื่องที่ว่าจำเป็นไหมที่จะต้องเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหาร ทีนี้ถ้าน้องคนไหนไม่ผ่านเกณฑ์ความรับผิดชอบส่วนตัว หรือว่าต้องใช้โรงเรียนกวดวิชาเป็นตัวช่วยในการพัฒนาตนเองเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ฝันไว้ก็มาติดตามกันต่อได้เลยนะครับ ว่าเราจะเลือกยังไงดี

  1. ผลงานในอดีตที่ผ่านมา เราต้องดูว่ามีนักเรียนที่สอบติดสม่ำเสมอ มีมากบ้างน้อยบ้างไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่่ไม่มีคนติดเลยอันนี้คงต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วยอีกครั้ง แต่สำหรับข้อนี้ให้พิจารณาเฉพาะโรงเรียนที่ไม่มีการสอบคัดเด็กเพื่อเข้าเรียนนะครับ เพราะว่ามีบางโรงเรียนที่สอบคัดเพื่อรับแต่เด็กที่เก่งอยู่แล้วเข้าเรียน อันนั้นยังไงซะจำนวนผู้สอบได้เค้าต้องเยอะอยู่แล้ว ก็ให้ไปพิจารณาในข้ออื่นต่อไปแทน
  2. สถานที่เรียน ควรจะมีขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนไม่แออัดจนเกินไป ห้องเรียนควรติดแอร์ไม่ได้ต้องการความสบายแต่ว่าให้ เหมาะกับการรับรู้ไม่ใช่นั่งร้อนเหงื่อตก ก็คงเรียนไม่รู้เรื่อง มีสถาที่หรือบริเวณให้ออกกำลังกาย เพราะสอบเตรียมทหารนั้นต้องสอบพละศึกษาด้วย
  3. การเรียนการสอน จะต้องสอนครบทุกวิชาที่ใช้สอบ รวมทั้งมีการฝึกพละศึกษาด้วย มีการทดสอบเพื่อวัดผลให้ผู้ปกครองทราบบ้างว่า ส่งลูกมาเรียนแล้วได้อะไรบ้าง
  4. ครูผู้สอน ควรจะเป็นผู้ที่มีความรู้ในแต่ล่ะสาขาวิชา ไม่ใช่คนเดียวสอนหมดทุกอย่าง และอย่างน้อยควรจะสอนในระดับ ม.ปลาย เนื่องจากโรงเรียนเตรียมทหารจะปรับกลับไปรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้น ม.4 เหมือนในอดีต
  5. มีกิจกรรมสร้างแรงจูงใจ สิ่งหนึ่งที่นักเรียนจะได้รับจากการมาเรียนรวมกันคือแรงผลักดันจากกลุ่มเพื่อนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน จะทำให้นักเรียนมีความมุ่งมั่นมากขึ้น ถ้าอยู่ในกลุ่มที่เหมาะสม
  6. ความใส่ใจของโรงเรียน อันนี้ต้องอาศัยหาข้อมูลจากผู้ที่เคยเรียนจากที่นั้นๆ เพราะทุกโรงเรียนมีนักเรียนหลายคน และเป็นเด็กผู้ชายทั้งหมด ถ้าไม่มีความเข้มงวดและระเบียบที่แน่นอนอาจจะมีปัญหาได้

ข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองในการนำไปใช้เลือกโรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหารสำหรับบุตรหลานของท่านไม่มากก็น้อย

อย่าเพิ่งเชื่อกับข้อมูลที่ดูดี เพราะเราต้องเข้าใจที่มาของมันด้วย เพราะมันก็คือการโฆษณานั่นเอง

ถ้าไม่ติว จะสอบเข้าเตรียมทหารได้ไหม

ผู้ปกครองหลายๆท่าน ที่อยากให้บุตรหลานของตนนั้น สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ เพราะสังเกตว่าคนที่สอบได้ส่วนใหญ่ก็ติวกันมาทั้งนั้น แล้วลูกเราล่ะ ไม่เรียนจะสู้เค้าได้ไหม จะวางแผนยังไงดี

สิ่งแรกที่อยากจะบอกเลยคือว่า น้องๆจะสอบติดไหมต้องไปเรียนติวเตรียมทหารหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำเดียวคือ ความรับผิดชอบในตัวเอง ซึ่่งเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวตั้งแต่น้องๆเป็นเด็ก เพราะอะไร ผมถึงบอกอย่างนี้ ในสภาพสังคมปัจจจุบันทำให้หลายๆอย่างเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมแรงจูงใจที่จะทำให้เด็กสนใจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนมีเยอะมาก และอยู่ใกล้ตัวเค้ามากๆด้วย

ถ้าน้องคนไหนทีสามารถควบคุมตัวเองได้ สามารถจัดตารางอ่านหนังสือ และทำได้ตามที่ตัวเองวางแผนไว้ พี่เชื่อว่าน้องสามารถจะสอบติดได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปติวที่ไหน แต่อาจจะต้องขยันหาความรู้จากหลายๆแหล่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเราเท่านั้นเอง เพราะอย่างนึงที่ปฏิเสธไม่่ได้คือ โรงเรียนติวเค้าเปิดมาเพื่อสิ่งนี้ เค้าเห็นลักษณะโจทย์มามาก และมีวิธีการบางอย่างเฉพาะทางเพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น

นักเรียนเตรียมทหาร คงไม่ไกลเกินเอื้อม ถ้าเราพยายาม

เตรียมทหาร มีดีอะไร ทำไมคนถึงแย่งกันสอบนักหนา

คงจะมีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก  และก็เกิดความสงสัยบ้าง ว่าทำไมถึงมีผู้เข้าสมัครสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารต่อปีประมาณ 20000 คน รับจริงๆ แค่หลักร้อยคน เด็กเหล่านั้นจะแย่งกันเข้าไปเพื่ออะไร ที่นี่มันมีอะไรดีนักหนา

อย่างแรกเลยที่เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมมากที่สุด ที่ผู้ปกครองต้องชอบแน่ๆคือ ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด หลวงจ่ายให้ นักเรียนเตรียมทหารได้รับเงินเดือน ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองไปได้เยอะมาก ถ้าเทียบกับว่าจะต้องส่งบุตตรหลานเรียนจนจบมหาวิทยาลัย

อาชีพ แน่นอนว่าจบมาก็ต้องรับราชการ เงินเดือนไม่มาก แต่มั่นคง พอให้เลี้ยงชีพได้ในอนาคต

โอกาส นักเรียนเตรียมทหารพอเรียนจบและแยกไปตามเหล่าทัพที่ตนเองเลือกไว้ตั้งแต่แรกแล้วนั้น แต่ละเหล่าทัพมีทุนการศึกษามากมายทั้งในและต่างประเทศ เรียนฟรีมีเงินเดือนให้ จะหาได้ที่ไหน

การพัฒนาทางด้านการใช้ชีวิต เนื่องจากเป็นโรงเรียนทหารที่นี่ไม่ได้สอนแค่วิชาการ ที่นี่สอนในทุกอย่างที่ มนุษย์คนนึงจะต้องเจอในการอยู่บนโลกใบนี้ ความกดดัน ความยุติธรรม หน้าที่ ความรับผิดชอบ สอนให้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ สอนให้รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเราคือจิตใจของเราเอง เรื่องพวกนี้คงต้องมาลองด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ 555

สุดท้ายที่อยากจะฝากถึงน้องๆที่ใฝ่ฝันอยากจะสอบเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ให้ได้ลองศึกษาหาข้อมูล ว่ามันใช่กับที่ตัวเองต้องการหรือไม่ เพราะที่นี่ไม่ใช่จะสอบเข้ากันง่ายๆ และก็ไม่ได้จะจบออกไปกันง่ายๆเช่นเดียวกัน

 

ทำได้แต่สอบไม่ติด ผิดตรงไหน

เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง ในการสอนนักเรียนเพื่อสอบเข้าเป็น นักเรียนเตรียมทหาร

ผมเองเคยพานักเรียนไปสอบเข้าเตรียมทหารมาหลายครั้ง และหลังจากออกจากห้องสอบนักเรียนมักจะพูดกันจนเป็นที่ชินหูว่า ทำได้ครับ เหมือนที่ครูสอนเลย

แต่รู้ไหมครับว่าหลังจากนั้นอีกไม่กี่นาที เด็กคนเดิมที่่มาบอกว่าทำได้กลับมาใหม่หลังจากที่ได้คุยกับเพื่อนๆ เรื่องข้อสอบที่ทำไป สรุปว่าทำผิด ไม่ใช่ว่าเค้าทำไม่ได้ แต่ขาดความละเอียดในการทำข้อสอบ

ข้อสอบเตรียมทหาร วิชาฟิสิกส์นั้น มีจุดที่จะต้องระมัดระวังอยู่หลายจุด เพราะไม่ว่านักเรียนจะทำผิดพลาดตรงไหนก็มักจะมีคำตอบอยู่ในช้อยเสมอ ต่อไปนี้ผมจะรวบรวม ข้อควรระวังในการทำข้อสอบ เพื่อให้น้องๆ ระลึกไว้เสมอ ก่อนจะกาคำตอบลงในกระดาษคำตอบ

ข้อควรระวังในการทำข้อสอบเข้าเตรียมทหาร วิชาฟิสิกส์

  1. ตอบให้ตรงคำถาม ข้อนี้หมายถึงอะไร หมายถึงอย่าเพิ่งดีใจกับคำตอบที่แทนค่าจากสูตรมาได้เพราะมันมักจะมีเลขนั้นอยู่ในช้อยเสมอ ให้อ่านคำถามสุดท้ายในโจทย์ให้ดี ว่าใช่ค่าที่โจทย์ต้องการ หรือไม่ โดยส่วนใหญ่ น้องๆจะดีใจที่คิดออกมาแล้วมีคำตอบในช้อย แต่เราไปตอบในสิ่งที่เค้าไม่ได้ถาม มันจะมีประโยชน์อะไร
  2. หน่วยของคำตอบ บางครั้งคิดคำตอบมาได้หน่วยหนึ่ง แต่ในช้อยไม่มีหน่วยที่ตัวเองคิด ก็ไปยึดเอาตัวเลขที่ตัวเองคิด เพราะนึกไปว่าหน่วยไม่สำคัญ เค้าคงพิมพ์ผิด หารู้ไม่ว่าถ้าเราเปลี่ยนหน่วยก็จะมีคำตอบนั้นอยู่ในช้อยนั่นเอง
  3. ความเคยชิน ไม่ว่าจะชินกับค่าคงที่ต่างๆ ในวิชาฟิสิกส์พอโจทย์หลอกมา เปลี่ยนหน่วยค่าคงที่ น้องๆก็ไม่ได้ทันไปสังเกต ก็เลยแทนค่าผิดกันไปอย่างไม่น่าพลาด
  4. หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม คือคิดว่าตัวเองเจ๋งและเก่งกว่าคนอื่นๆ ทำให้ในช่วงที่มีเวลา ไม่ได้อ่านและศึกษาาให้ถ่องแท้ก่อน มัวแต่หลงว่าข้าแน่ พกความไม่รู้เข้าไปเต็มหัว เจอของจริงก็เลยจ๋อยกันไป
  5. สุดท้ายเลยคือ คิดไปเองว่าทำได้ คิดไปเองว่าวิธีที่ทำนั้นถูกต้อง เพียงเพราะคิดมาแล้วมีคำตอบในช้อย ซึ่งโจทย์บางรูปแบบมีข้อปลีกย่อยในการคิด ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ เพิ่มเติม

แล้วเราจะมาแก้ปัญหา เหตุการณ์เหล่านี้กันยังไงดี วิธีง่ายๆและได้ผลคือ ฝึกทำโจทย์ปัญหาเยอะๆ อย่าคิดไปเองว่าฉันเข้าใจดีพอแล้ว ทำได้แล้ว เพราะยิ่งทำมากก็จะยิ่งเข้าใจโจทย์มาากขึ้น โอกาสถูกหลอกน้อยลง เพราะเคยโดนหลอกไปแล้วนอกห้องสอบ อย่าปล่อยให้ไปโดนหลอกในห้องสอบ เพราะมันจะไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อย่าเบืื่อที่จะทำโจทย์ลักษณะเดิมๆ ซ้ำไปมา เพราะในครั้งแรกน้องๆ อาจจะคิดด้วยวิธีหนึ่ง แต่พอทำไปหลายๆครั้งอาจจะเจอวิธีที่ดีกว่าเร็วกว่า ประหยัดเวลากว่า

จำไว้ว่าไม่มีการลงทุนใดสูญเปล่า เพียงแค่ผลตอบแทนในการลงทุนนั้น จะมาเมื่อถึงเวลาอันสมควร กับความทุ่มเทที่ทำไป

ข้อสอบวิชาฟิสิกส์ ในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้น ไม่ยากแล้วก็ไม่ง่าย แต่เป็นข้อสอบที่ใช้แยก คนรู้จริง กับคนที่คิดว่ารู้ออกจากกัน

เมื่อเตรียมทหารเปลี่ยนมารับ นักเรียนชั้น ม.4

น้องๆทุกคน ในฐานะผูู้เข้สอบก็คงจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด ยังไงนะเหรอครับ ก็จะต้องวางแผนเตรียมตัวกันใหม่ มีเนื้อหาวิชาเพิ่มมากขึึ้น ทีนี้เราลองมาดูกันคร่าวๆนะครับว่าที่ต้องรู้ทั้งหมดในหัวข้อวิชา ฟิสิกส์ เนี่ยมันมีอะไรกันบ้าง

  • แรงและการเคลื่อนที่
  • งานและพลังงาน
  • บรรยากาศ
  • อุณหภูมิ ความร้อน
  • แสง
  • ไฟฟ้า
  • เวกเตอร์
  • การเคลื่อนที่แนวตรง (1 มิติ)
  • การเคลื่อนที่แบบต่างๆ ( 2 มิติ แบบหมุน วงกลม )
  • แรง มวล และกฎการเคลื่อนที่ สมดุลต่อการเคลื่อนที่
  • สมดุลกล
  • การชนและโมเมนตัม

หัวข้อทั้งหมดในวิชา ฟิสิกส์ ที่น้องๆ จะต้องรู้และเข้าใจหลักๆก็มีประมาณนี้ แต่ว่าอาจจะต้องมีเพิ่มเติมอีกบางส่วน เนื่องจากทาง โรงเรียนเตรียมทหาร ก็ยังไม่ได้แจ้งว่ารับ นักเรียนที่จบชั้น ม. 4 เนี่ยยึดหัวข้อการสอนของโรงเรียนไหน เพราะบางโรงเรียนก็สอนไม่ตรงกัน เอาเป็นว่ารู้มากสุด เราก็พร้อมรับมากที่สุด ไม่ว่าข้อสอบจะออกมาแบบไหนก็ตาม

สอบกี่ครั้งถึงจะติดเตรียมทหาร

คำถามนี้คงจะหาคำตอบได้ยากอยู่ เพราะนักเรียนแต่ละคนที่สอบก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างดังนี้

  1. การเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย

ด้านร่างกาย เนื่องจากเป็นการสอบเข้าเป็นนักเรียนทหารดังนั้นจะต้องมีการสอบพละศึกษาด้วย และแต่ละเหล่าทัพก็มีเกณฑ์การให้คะแนนที่ไม่เหมือนกันดังนั้นต้องศึกษาให้ดี

  1. การเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ

ด้านวิชาการ ข้อสอบของแต่ละเหล่าทัพนั้น ถ้าศึกษารายละเอียดกันให้ดีก็จะรู้ว่ามีความแตกต่างกันบ้าง และการสอบเพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่งประมาณ 20000 คนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

  1. การวางแผนการสอบและการเตรียมตัว

การวางแผน การสอบก็เหมือนการเก็บตัวนักกีฬา เราต้องรู้ก่อนว่าในสนามสอบเราต้องใช้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง เรื่องไหนเราถนัดไม่ถนัด เรื่องไหนออกมากออกน้อย ไม่ใช่นึกจะไปสอบก็ไม่มันคงไม่ได้จะสอบติดกันง่ายๆขนาดนั้นนะครับ

 

ที่นี้ลองมองดูตัวเราเองสิว่า เรามีความพร้อมขนาดไหนที่จะเข้าสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ที่จะมีการสอบในปี 2560 ถ้านับเวลากันตอนนี้ ก็ยังมีเวลาอีกปีกว่าๆ ให้ได้เตรียมตัวกัน

รบเมื่อพร้อม ซ้อมเพื่อชนะ